ไวรัสฮันตา Hantavirus

ทำความรู้จักกับ "ไวรัสฮันตา" มหันตภัยร้ายจากสัตว์ฟันแทะ

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) เป็นเชื้อไวรัสในตระกูล Hantaviridae ซึ่งมีหนูและสัตว์ฟันแทะประเภทต่างๆ เป็นพาหะนำโรคหลัก แม้จะฟังดูไกลตัว แต่โรคนี้มีความรุนแรงสูงและอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

 

 

ช่องทางการติดต่อ: ติดจากหนูสู่คนได้อย่างไร?

เราสามารถรับเชื้อไวรัสฮันตาได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้:

  1. การสูดดม: หายใจเอาละอองฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของสัตว์ฟันแทะที่มีเชื้อเข้าไป

  2. การสัมผัสโดยตรง: สัมผัสสิ่งคัดหลั่งของหนู (ฉี่, อึ, น้ำลาย) แล้วนำมาสัมผัสบริเวณเยื่อบุตา จมูก หรือปาก

  3. บาดแผล: ถูกหนูที่มีเชื้อกัดหรือข่วน (พบได้น้อยกว่าสองวิธีแรก)


อาการของโรค: แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่

อาการของโรคจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของไวรัสและภูมิภาคที่พบ ได้แก่:

  • 1. กลุ่มอาการทางเดินหายใจ (HPS - Hantavirus Pulmonary Syndrome)

    • ระยะฟักตัว: 1-8 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ

    • อาการ: เริ่มจากไข้สูง หอบเหนื่อย ปอดบวมน้ำอย่างรุนแรง และอาจเกิดภาวะช็อก

    • พื้นที่ที่พบ: มักพบในแถบอเมริกาและปานามา

  • 2. กลุ่มอาการไข้เลือดออกและไตวาย (HFRS - Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome)

    • ระยะฟักตัว: 1-2 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ

    • อาการ: ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเอว มีจุดเลือดออกตามตัว และการทำงานของไตผิดปกติจนอาจเกิดไตวายเฉียบพลัน

    • พื้นที่ที่พบ: มักพบในแถบเอเชียและยุโรป


สถานการณ์ในประเทศไทย

ในประเทศไทยมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ชื่อว่า Thailand virus (THAIV) ซึ่งพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2549 ในหนู Bandicota (หนูแผง/หนูพุก) จากการศึกษาพบอัตราการติดเชื้อในหนูประมาณ 1.7% และเคยมีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับโรค HFRS อย่างน้อย 1 ราย

ข้อควรระวัง: เนื่องจากอาการของโรคนี้คล้ายคลึงกับโรคติดเชื้ออื่นๆ (เช่น ไข้เลือดออก) การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด


การตรวจวินิจฉัยและขั้นตอนทางการแพทย์

หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อ ทางการแพทย์จะใช้วิธีตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสที่เรียกว่า RT-PCR (Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction)

  • ตัวอย่างที่ใช้: เลือด (Whole Blood - EDTA) ปริมาณไม่น้อยกว่า 3 มิลลิลิตร

  • กรณีเสียชีวิต: จะมีการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อปอด (สำหรับ HPS) หรือชิ้นเนื้อไต (สำหรับ HFRS) เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด


การป้องกันและติดต่อสอบถาม

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาความสะอาดในที่พักอาศัย ไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่ของหนู และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะโดยไม่จำเป็น

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือส่งตัวอย่างตรวจ สามารถติดต่อได้ที่:

  • สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

  • โทร: 0 2951 0000 ต่อ 98340

  • Line: @769baxtr

  • เว็บไซต์: nih.dmsc.moph.go.th


บทความนี้เรียบเรียงโดยใช้ข้อมูลจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ข้อมูลปี 2024-2026)

Visitors: 270,428